กลับไปหน้าบล็อก
24 นาที·ทีมงาน MaPrompt

รวม 100 คำสั่ง AI พร้อมใช้ คัดลอกไปวางได้เลย (อัปเดต 2026)

ไม่ต้องคิดคำสั่งเองแล้ว รวม 100 Prompt ที่ทดสอบมาแล้วว่าใช้ได้จริง แยกตามสายงาน พร้อมบอกว่าแต่ละอันควรใช้ตอนไหน

#คำสั่ง AI#prompt#ai prompt#prompt ai#ตัวอย่าง prompt

ใช้ยังไง: คัดลอกคำสั่งที่ต้องการ วางในแชท AI ที่คุณใช้ แล้วแทนที่ข้อความใน [วงเล็บเหลี่ยม] ด้วยข้อมูลจริงของคุณ ทุกคำสั่งในหน้านี้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่เอาไปใช้ต่อได้ ไม่ใช่แค่ตอบผ่าน ๆ

รวมตัวอย่างคำสั่ง AI พร้อมใช้งาน

หน้านี้คือคลัง คำสั่ง AI ที่เราใช้จริงในการทำงานประจำวัน แยกตามสายงานให้หาง่าย ถ้ายังไม่เข้าใจว่า Prompt ทำงานยังไง แนะนำให้อ่าน คู่มือ Prompt ฉบับสมบูรณ์ ก่อน แล้วค่อยกลับมาหยิบคำสั่งจากหน้านี้ไปใช้

เคล็ดลับก่อนเริ่ม: คำสั่งพวกนี้จะได้ผลดีขึ้นอีกเท่าตัว ถ้าคุณเติมบริบทของตัวเองเข้าไป เช่น ชื่อสินค้าจริง กลุ่มลูกค้าจริง ตัวเลขจริง อย่าใช้แบบเปล่า ๆ


สารบัญ


หมวดงานเขียนและ Content (1-20)

1. เขียนบทความจากหัวข้อเปล่า

คุณคือนักเขียน Content ที่เชี่ยวชาญเรื่อง [สาขา] มา 10 ปี
เขียนบทความเรื่อง [หัวข้อ] ความยาว [จำนวน] คำ
กลุ่มผู้อ่าน: [ใคร ระดับความรู้แค่ไหน]
โครงสร้าง: เปิดด้วยปัญหาที่ผู้อ่านเจอจริง ตามด้วยเนื้อหา 3-5 หัวข้อย่อย ปิดด้วยสิ่งที่เอาไปทำต่อได้ทันที
ห้าม: เกริ่นนำน้ำท่วมทุ่ง คำว่า "ในยุคปัจจุบัน" "โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว"
ถ้าต้องใช้ตัวเลขหรือสถิติที่ผมไม่ได้ให้มา ให้เขียน [ต้องตรวจสอบ] คร่อมไว้ ห้ามแต่งเอง

2. ปรับบทความให้อ่านลื่นขึ้น

ช่วยเกลาข้อความด้านล่างให้อ่านลื่นขึ้น โดยคงใจความและน้ำเสียงเดิมไว้
สิ่งที่ต้องทำ: ตัดคำฟุ่มเฟือย แยกประโยคที่ยาวเกิน 2 บรรทัด เปลี่ยนประโยคถูกกระทำเป็นประโยคกระทำ
สิ่งที่ห้ามทำ: ห้ามเพิ่มข้อมูลใหม่ ห้ามเปลี่ยนศัพท์เฉพาะที่ผมใช้อยู่
ส่งผลลัพธ์เป็น 2 ส่วน: (1) ฉบับแก้แล้ว (2) รายการสิ่งที่แก้ พร้อมเหตุผลสั้น ๆ

ข้อความ:
<<<
[วางข้อความ]
>>>

3. สร้างโครงบทความก่อนลงมือเขียน

ผมจะเขียนบทความเรื่อง [หัวข้อ] สำหรับ [กลุ่มผู้อ่าน]
ช่วยทำโครงบทความให้ โดยแต่ละหัวข้อย่อยต้องระบุ:
- หัวข้อ (เขียนเป็นคำถามที่ผู้อ่านอยากรู้จริง)
- ประเด็นหลักที่ต้องตอบในหัวข้อนั้น
- ตัวอย่างหรือข้อมูลที่ควรมีประกอบ
ทำมา 3 เวอร์ชันที่ลำดับการเล่าต่างกัน แล้วบอกว่าแต่ละเวอร์ชันเหมาะกับผู้อ่านแบบไหน

4. เขียนหัวข้อให้คนอยากคลิก

เขียนหัวข้อบทความเรื่อง [หัวข้อ] มา 15 แบบ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 3 แบบ:
1. แบบตอบคำถามตรง ๆ
2. แบบใช้ตัวเลข
3. แบบชี้ปัญหา
4. แบบเปรียบเทียบ
5. แบบเล่าประสบการณ์
เงื่อนไข: ไม่เกิน 60 ตัวอักษร ห้ามใช้คำเกินจริง ห้ามใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์
หลังทำเสร็จ ให้เลือกมา 3 อันที่คุณคิดว่าดีที่สุด พร้อมบอกเหตุผล

5. เปลี่ยนบทความเป็นโพสต์โซเชียล

แปลงบทความด้านล่างเป็น Content 5 ชิ้นสำหรับโซเชียล:
1. โพสต์ Facebook แบบเล่าเรื่อง (150-200 คำ)
2. โพสต์แบบ carousel 7 สไลด์ (เขียนข้อความแต่ละสไลด์)
3. สคริปต์คลิปสั้น 45 วินาที (มี hook 3 วินาทีแรก)
4. ทวีตแบบ thread 6 ข้อ
5. ข้อความสั้นสำหรับ LINE OA (ไม่เกิน 3 บรรทัด)
ทุกชิ้นต้องยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องอ่านบทความก่อนก็เข้าใจ

บทความ:
<<<
[วางบทความ]
>>>

6. หาไอเดีย Content ไม่ให้ตัน

ผมทำ Content เกี่ยวกับ [หัวข้อ] ให้กลุ่ม [กลุ่มเป้าหมาย]
Content ที่เคยทำแล้ว: [ลิสต์มา 5-10 หัวข้อ]
ช่วยเสนอหัวข้อใหม่ 20 หัวข้อที่ยังไม่ซ้ำของเดิม แบ่งเป็น:
- 5 หัวข้อที่ตอบคำถามพื้นฐานที่คนยังสับสน
- 5 หัวข้อที่แก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- 5 หัวข้อที่เล่าจากประสบการณ์หรือกรณีศึกษา
- 5 หัวข้อที่คู่แข่งยังไม่ทำ
แต่ละหัวข้อบอกด้วยว่าทำไมกลุ่มเป้าหมายถึงจะสนใจ

7. ตรวจงานเขียนแบบบรรณาธิการ

สวมบทบาทบรรณาธิการที่เข้มงวดแต่ยุติธรรม
อ่านงานด้านล่างแล้วให้ feedback ตามหัวข้อนี้:
1. ประเด็นหลักชัดไหม ถ้าไม่ชัด ปัญหาอยู่ตรงไหน
2. ย่อหน้าไหนที่ตัดทิ้งได้โดยไม่เสียใจความ
3. จุดไหนที่ผู้อ่านน่าจะสงสัยแล้วไม่มีคำตอบ
4. ประโยคไหนที่อ่านแล้วสะดุด (ยกมาเป็นตัวอย่าง)
5. คะแนน 1-10 พร้อมบอกว่าต้องแก้อะไรถึงจะได้ 9
ตรงไปตรงมาได้ ไม่ต้องเกรงใจ

งาน:
<<<
[วางงาน]
>>>

8. เขียนเปิดเรื่องให้คนอ่านต่อ

ผมกำลังเขียนเรื่อง [หัวข้อ] ให้ [กลุ่มผู้อ่าน]
เขียนย่อหน้าเปิดมา 6 แบบ แต่ละแบบใช้เทคนิคต่างกัน:
1. เริ่มจากสถานการณ์ที่ผู้อ่านเจอบ่อย
2. เริ่มจากคำถามที่ค้างคาใจ
3. เริ่มจากข้อเท็จจริงที่คนเข้าใจผิด
4. เริ่มจากเรื่องเล่าสั้น ๆ
5. เริ่มจากตัวเลขที่น่าสนใจ
6. เริ่มจากการบอกตรง ๆ ว่าบทความนี้จะให้อะไร
แต่ละแบบไม่เกิน 3 ประโยค

9. สรุปเนื้อหายาวให้สั้นแต่ครบ

สรุปเนื้อหาด้านล่างเป็น 3 ระดับ:
1. หนึ่งประโยค (สำหรับคนที่มีเวลา 5 วินาที)
2. ห้า bullet (สำหรับคนที่มีเวลา 1 นาที)
3. สรุปเต็ม 300 คำ (สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านต้นฉบับ)
ห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีในต้นฉบับ ถ้าต้นฉบับไม่ได้ระบุอะไร ให้บอกว่า "ต้นฉบับไม่ได้ระบุ"

เนื้อหา:
<<<
[วาง]
>>>

10. ปรับโทนงานเขียนให้ตรงกลุ่ม

เขียนข้อความด้านล่างใหม่ 4 เวอร์ชัน สำหรับกลุ่มผู้อ่านต่างกัน:
1. ผู้บริหารที่มีเวลา 30 วินาที
2. คนทำงานหน้างานที่ต้องเอาไปปฏิบัติจริง
3. ลูกค้าทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องนี้
4. คนในสายงานเดียวกันที่รู้ศัพท์เทคนิคอยู่แล้ว
ใจความต้องตรงกันทุกเวอร์ชัน เปลี่ยนแค่ระดับภาษาและรายละเอียด

ข้อความ:
<<<
[วาง]
>>>

11-20: คำสั่งงานเขียนแบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
11ตั้งชื่อไม่ออกเสนอชื่อ [สิ่งที่ต้องตั้งชื่อ] มา 20 ชื่อ แบ่งเป็นแนวจำง่าย แนวสื่อความหมาย แนวเล่นคำ และแนวสั้นกระชับ พร้อมเช็กว่าชื่อไหนน่าจะซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว
12เขียนวกวนหาประโยคที่วกวนหรือซ้ำความในข้อความนี้ ยกมาให้ดูพร้อมเสนอฉบับกระชับ อย่าแก้ให้เลย ให้ผมเลือกเอง
13อยากได้คำเปรียบเทียบอธิบาย [แนวคิดยาก] ด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งของหรือสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของคนไทย เสนอมา 5 แบบที่ต่างกันจริง
14เขียนคำโปรยเขียนคำโปรยสำหรับ [เนื้อหา] ไม่เกิน 2 บรรทัด มา 8 แบบ ครึ่งหนึ่งเน้นประโยชน์ อีกครึ่งเน้นความอยากรู้
15ตรวจความสอดคล้องอ่านเอกสารนี้แล้วหาจุดที่ข้อมูลขัดแย้งกันเอง หรือใช้คำเรียกสิ่งเดียวกันไม่ตรงกัน ยกมาพร้อมระบุตำแหน่ง
16เขียนบทสัมภาษณ์ผมจะสัมภาษณ์ [ใคร] เรื่อง [หัวข้อ] ช่วยร่างคำถาม 15 ข้อ เรียงจากคำถามอุ่นเครื่องไปจนถึงคำถามที่ต้องคิด มีคำถามที่เจาะลึกอย่างน้อย 5 ข้อ
17แปลให้เป็นธรรมชาติแปลข้อความนี้เป็น [ภาษา] ให้อ่านเหมือนเจ้าของภาษาเขียนเอง ไม่ใช่แปลตรงตัว ถ้าสำนวนไหนแปลตรงแล้วแปลก ให้ปรับเป็นสำนวนที่คนภาษานั้นใช้จริง แล้วหมายเหตุไว้ว่าปรับตรงไหน
18เขียนคำอธิบายภาพเขียนคำอธิบายภาพ (alt text) สำหรับภาพที่แนบมา ความยาวไม่เกิน 125 ตัวอักษร บรรยายสิ่งที่เห็นจริงเพื่อคนที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ ห้ามใส่ความเห็นหรือคำโฆษณา
19ทำ FAQจากเนื้อหานี้ สร้างคำถามที่ผู้อ่านน่าจะสงสัย 12 ข้อ พร้อมคำตอบสั้น ๆ ข้อละไม่เกิน 3 บรรทัด เรียงจากคำถามพื้นฐานไปหาคำถามเฉพาะทาง
20เช็กว่าอ่านง่ายไหมประเมินว่าข้อความนี้ระดับการอ่านเหมาะกับใคร ชี้ประโยคที่ยากเกินไป 5 ประโยค พร้อมเสนอฉบับที่ง่ายกว่า และบอกว่าถ้าจะให้เด็ก ม.ต้น อ่านรู้เรื่องต้องแก้อะไรบ้าง

หมวดการตลาดและการขาย (21-40)

21. เขียนรายละเอียดสินค้าที่ขายได้

คุณคือคนเขียนรายละเอียดสินค้าที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องทักแชทถาม

สินค้า: [ชื่อ]
คุณสมบัติจริง: [ลิสต์]
ราคา: [ราคา]
กลุ่มเป้าหมาย: [ใคร ปัญหาที่เขามี]
จุดต่างจากคู่แข่ง: [อะไร]

เขียนให้:
1. หัวข้อสินค้า 3 แบบ (ไม่เกิน 60 ตัวอักษร ใส่คำที่คนน่าจะค้นหา)
2. คำอธิบาย 150-180 คำ เน้นประโยชน์ ไม่ใช่แค่คุณสมบัติ
3. bullet จุดเด่น 5 ข้อ
4. คำถามที่ลูกค้าน่าจะถาม 5 ข้อ พร้อมคำตอบ

ห้าม: เคลมเกินจริง คำว่า "ดีที่สุด" "ถูกที่สุด" "อันดับ 1"
ถ้าคุณสมบัติที่ผมให้มาไม่พอจะเขียน ให้ถามผมก่อน

22. หาจุดขายที่ลูกค้าสนใจจริง

สินค้า/บริการของผมคือ [อธิบาย]
คุณสมบัติทั้งหมด: [ลิสต์ยาว ๆ ได้เลย]
กลุ่มเป้าหมาย: [ใคร]

ช่วยแปลงคุณสมบัติแต่ละข้อเป็น "ประโยชน์ที่ลูกค้ารู้สึกได้"
ทำเป็นตาราง 3 คอลัมน์: คุณสมบัติ / ประโยชน์ / ปัญหาที่มันแก้ให้ลูกค้า
แล้วจัดอันดับว่าข้อไหนน่าจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายที่สุด 5 อันดับ พร้อมเหตุผล

23. เขียนแคปชั่นโซเชียล 5 มุม

เขียนแคปชั่น [แพลตฟอร์ม] สำหรับ [สินค้า/เรื่องที่จะสื่อสาร]
กลุ่มเป้าหมาย: [ใคร]
ทำมา 5 เวอร์ชัน โดยใช้มุมการเล่าต่างกันจริง ๆ:
1. เริ่มจากปัญหาของลูกค้า
2. เล่าเรื่องจากประสบการณ์
3. ให้ความรู้ก่อนค่อยขาย
4. ถามคำถามชวนคิด
5. ตอบข้อโต้แย้งที่ลูกค้ามักมี

เงื่อนไข: ไม่เกิน 5 บรรทัดบนมือถือ ใช้อิโมจิไม่เกิน 3 ตัว
มี CTA ชัดเจน 1 อย่าง ห้ามหลายอย่างพร้อมกัน
ห้ามขึ้นต้นด้วย "สวัสดีค่ะทุกคน" หรือ "รู้หรือไม่ว่า"

24. วางแผน Content 1 เดือน

ธุรกิจ: [อธิบาย]
กลุ่มเป้าหมาย: [ใคร]
ช่องทาง: [ที่ไหน]
เป้าหมายเดือนนี้: [เช่น เพิ่มการรับรู้ / ปิดการขาย / สร้างฐานผู้ติดตาม]

วางแผน Content 30 วัน เป็นตาราง: วันที่ / ประเภทโพสต์ / หัวข้อ / ประเด็นหลัก / CTA / แนวภาพประกอบ
สัดส่วนที่ต้องการ: ให้ความรู้ 50% สร้างความสัมพันธ์ 30% ขายตรง 20%
หลังทำเสร็จ ตรวจว่ามีสัปดาห์ไหนที่ Content ซ้ำแนวกันเกินไปไหม ถ้ามีให้แก้

25. วิเคราะห์คู่แข่ง

ผมทำธุรกิจ [อธิบาย] คู่แข่งหลักคือ [ลิสต์ หรือแนบข้อมูล/ภาพหน้าจอ]

วิเคราะห์ให้:
1. คู่แข่งแต่ละรายวางตัวเองเป็นอะไรในสายตาลูกค้า
2. เขาสื่อสารจุดขายอะไรเป็นหลัก
3. ช่องว่างที่ยังไม่มีใครพูดถึง
4. กลุ่มลูกค้าที่ทุกคนมองข้าม
5. ถ้าผมจะเข้าไปแข่ง ควรวางตัวเองยังไงให้ไม่ต้องแข่งที่ราคา

ห้ามเดาข้อมูลที่ผมไม่ได้ให้มา ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มให้ระบุว่าต้องการอะไร

26. เขียนอีเมลหาลูกค้าใหม่

เขียนอีเมลแนะนำตัวหาลูกค้าที่ยังไม่เคยรู้จักเรา
เรา: [ธุรกิจ + สิ่งที่ทำ]
ผู้รับ: [ตำแหน่ง + อุตสาหกรรม]
ปัญหาที่เขาน่าจะมี: [อะไร]
สิ่งที่เราอยากให้เขาทำ: [เช่น ตอบกลับ / นัดคุย 15 นาที]

เงื่อนไข:
- ไม่เกิน 120 คำ
- 2 ประโยคแรกต้องเกี่ยวกับเขา ไม่ใช่เกี่ยวกับเรา
- ขอแค่อย่างเดียว ไม่ขอหลายอย่าง
- ห้ามใช้คำว่า "เรียนท่านผู้บริหารที่เคารพ" หรือคำทางการเกินจำเป็น
- หัวข้ออีเมล 5 แบบให้เลือก

27-40: คำสั่งการตลาดแบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
27ตั้งราคาไม่ถูกช่วยเสนอโครงสร้างราคาแบบ 3 แพ็กเกจสำหรับ [สินค้า/บริการ] โดยออกแบบให้แพ็กเกจกลางน่าสนใจที่สุด อธิบายเหตุผลเชิงจิตวิทยาของแต่ละการตัดสินใจ
28ลูกค้าต่อราคาลูกค้าบอกว่า "แพงไป" ช่วยร่างคำตอบ 5 แบบที่ไม่ใช่การลดราคา แต่เป็นการอธิบายคุณค่าใหม่ แต่ละแบบใช้มุมต่างกัน
29เขียน CTAเขียนข้อความปุ่ม CTA สำหรับ [การกระทำที่ต้องการ] มา 12 แบบ แบ่งเป็นแบบตรงไปตรงมา แบบเน้นประโยชน์ และแบบลดความกังวล
30ทำ personaจากข้อมูลลูกค้าที่ผมให้ [ข้อมูล] สร้าง persona 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มระบุ: ปัญหาหลัก สิ่งที่กลัว สิ่งที่อยากได้ ช่องทางที่ใช้ และเหตุผลที่จะไม่ซื้อ
31เขียนสคริปต์ขายเขียนสคริปต์คุยกับลูกค้าทางโทรศัพท์สำหรับ [สินค้า] ความยาว 3 นาที มีจุดหยุดฟังลูกค้าอย่างน้อย 4 จุด และมีทางออกถ้าลูกค้าปฏิเสธ
32ตั้งชื่อแคมเปญเสนอชื่อแคมเปญ [เรื่อง] มา 15 ชื่อ พร้อมแท็กไลน์สั้น ๆ ของแต่ละชื่อ เช็กด้วยว่าชื่อไหนอาจสื่อความหมายไม่ดีในภาษาไทย
33เขียนรีวิวตอบกลับลูกค้ารีวิว [วางรีวิว] ช่วยร่างคำตอบที่สุภาพ รับผิดชอบ และเสนอทางแก้ที่ทำได้จริง ห้ามแก้ตัว ห้ามโทษลูกค้า ทำมา 2 เวอร์ชัน สั้นและยาว
34หา keywordผมทำ Content เรื่อง [หัวข้อ] ช่วยเสนอคำค้นหาที่คนไทยน่าจะพิมพ์จริง 30 คำ แบ่งเป็นคำสั้นที่แข่งขันสูง และคำยาวที่เจาะจงกว่า พร้อมเดาว่าคนที่ค้นแต่ละคำต้องการอะไร
35เขียนหน้า Landingร่างโครงหน้า landing page ขาย [สินค้า] เรียงจากบนลงล่าง แต่ละส่วนบอกว่าต้องมีข้อความอะไร และทำไมต้องอยู่ตำแหน่งนั้น
36ทำ A/B testผมจะทดสอบ [สิ่งที่จะทดสอบ] ช่วยออกแบบเวอร์ชัน A และ B ที่ต่างกันแค่ตัวแปรเดียว พร้อมบอกว่าควรวัดอะไร และต้องได้ข้อมูลเท่าไหร่ถึงจะสรุปได้
37เขียนข้อความ LINEเขียนข้อความ LINE OA แจ้ง [เรื่อง] ไม่เกิน 4 บรรทัด ให้อ่านจบใน 5 วินาที มี CTA เดียว ทำมา 4 แบบที่โทนต่างกัน
38คิดโปรโมชันเสนอไอเดียโปรโมชัน 10 แบบสำหรับ [ธุรกิจ] ที่ไม่ใช่การลดราคาตรง ๆ แต่ละแบบบอกว่าเหมาะกับสถานการณ์ไหน และมีความเสี่ยงอะไร
39เขียนเรื่องเล่าแบรนด์ช่วยเรียบเรียงเรื่องราวแบรนด์จากข้อมูลนี้ [ข้อมูล] ให้เป็นเรื่องเล่า 300 คำ ที่มีจุดเริ่มต้น อุปสรรค และเหตุผลที่ยังทำอยู่ ห้ามแต่งเหตุการณ์ที่ผมไม่ได้เล่า
40สรุปข้อมูลลูกค้าจากรีวิวลูกค้าที่แนบมา สรุปเป็น 5 ประเด็นที่คนชม 5 ประเด็นที่คนบ่น พร้อมนับว่าแต่ละประเด็นมีคนพูดถึงกี่ครั้ง และยกคำพูดจริงมาประกอบประเด็นละ 1 ข้อ

หมวดงานออฟฟิศและอีเมล (41-58)

41. สรุปการประชุม

คุณคือผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญการสรุปประชุมและจับ action item

จากบันทึกด้านล่าง ทำให้:
1. สรุปประเด็นหลักไม่เกิน 5 ข้อ
2. ตาราง action item: งาน / ผู้รับผิดชอบ / กำหนดส่ง
3. ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องคุยต่อ
4. การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในที่ประชุม (แยกจากสิ่งที่แค่คุยกัน)

ห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีในบันทึก
ถ้าไม่ได้ระบุผู้รับผิดชอบหรือกำหนดเวลา ให้เขียน "ยังไม่ระบุ"

บันทึก:
<<<
[วาง]
>>>

42. เขียนอีเมลปฏิเสธอย่างสุภาพ

ผมต้องปฏิเสธ [เรื่อง] กับ [ใคร ความสัมพันธ์แบบไหน]
เหตุผลจริง: [เหตุผล]
สิ่งที่ยังอยากรักษาไว้: [เช่น ความสัมพันธ์ / โอกาสร่วมงานในอนาคต]

เขียนอีเมลให้ 3 เวอร์ชัน: ตรงไปตรงมา / นุ่มนวล / เป็นทางการ
ทุกเวอร์ชันต้องปฏิเสธชัดเจน ไม่ให้ความหวังลอย ๆ
ไม่เกิน 100 คำ

43. เตรียมประชุมสำคัญ

พรุ่งนี้ผมต้องประชุมกับ [ใคร] เรื่อง [อะไร]
เป้าหมายของผม: [อยากได้อะไรจากการประชุม]
ข้อมูลที่มี: [ข้อมูล]

ช่วยเตรียมให้:
1. ประเด็นที่ต้องพูดให้ได้ เรียงตามลำดับความสำคัญ
2. คำถามที่อีกฝ่ายน่าจะถาม 8 ข้อ พร้อมแนวคำตอบ
3. ข้อโต้แย้งที่อาจเจอ 5 ข้อ พร้อมวิธีรับมือ
4. สิ่งที่ผมควรถามเขากลับ 5 ข้อ
5. ทางออกสำรองถ้าคุยแล้วไม่ได้ตามเป้า

44-58: คำสั่งงานออฟฟิศแบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
44ตอบอีเมลยากผมได้รับอีเมลนี้ [วาง] ช่วยวิเคราะห์ว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ กังวลเรื่องอะไร แล้วร่างคำตอบ 2 เวอร์ชัน
45ทวงงานช่วยร่างข้อความติดตามงาน [เรื่อง] ที่เลยกำหนด [กี่วัน] กับ [ใคร] ให้สุภาพแต่ชัดเจน มีกำหนดเวลาใหม่ที่ชัด ไม่ประชด
46เขียน JDเขียนประกาศรับสมัคร [ตำแหน่ง] ระบุงานจริงที่ต้องทำในแต่ละวัน คุณสมบัติที่จำเป็นจริง แยกจากที่แค่อยากได้ และเหตุผลว่าทำไมคนเก่งควรมาร่วมงาน
47ประเมินผลงานช่วยร่าง feedback สำหรับ [ตำแหน่ง] จากข้อมูลนี้ [ข้อมูล] แยกเป็นสิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่ต้องพัฒนา และเป้าหมายรอบหน้า ทุกข้อต้องอ้างอิงพฤติกรรมที่สังเกตได้จริง ไม่ใช่ตัดสินนิสัย
48ทำ SOPเขียนขั้นตอนการทำงาน (SOP) สำหรับ [งาน] ให้คนใหม่ทำตามได้โดยไม่ต้องถามใคร ระบุทุกขั้นตอน สิ่งที่ต้องเตรียม จุดที่คนมักพลาด และวิธีตรวจว่าทำถูก
49เขียนสไลด์เปลี่ยนเนื้อหานี้ [วาง] เป็นโครงสไลด์ [จำนวน] แผ่น แต่ละแผ่นระบุ: หัวข้อ / ข้อความบนสไลด์ (ไม่เกิน 25 คำ) / สิ่งที่ผู้พูดต้องขยายความ
50จัดลำดับงานนี่คืองานที่ผมมีทั้งหมด [ลิสต์] ช่วยจัดลำดับความสำคัญ พร้อมบอกเหตุผล ระบุงานที่ควรตัดทิ้ง งานที่ควรมอบหมายต่อ และงานที่ต้องทำเองเท่านั้น
51เขียนรายงานเขียนรายงานสรุป [เรื่อง] สำหรับ [ผู้อ่าน] จากข้อมูลนี้ [ข้อมูล] โครงสร้าง: สรุปผู้บริหาร 1 ย่อหน้า / ข้อค้นพบ / ข้อเสนอแนะ / ความเสี่ยง — ห้ามสรุปเกินข้อมูลที่มี
52ประชุมยาวเกินช่วยออกแบบวาระประชุม [หัวข้อ] ให้จบใน 30 นาที ระบุเวลาแต่ละหัวข้อ สิ่งที่ต้องตัดสินใจ และสิ่งที่ควรส่งให้อ่านล่วงหน้าแทนการพูดในห้อง
53เขียนข้อเสนอร่างข้อเสนอโครงการ [เรื่อง] สำหรับ [ผู้อนุมัติ] ครอบคลุม: ปัญหา / ทางแก้ / ทรัพยากรที่ต้องใช้ / ผลลัพธ์ที่วัดได้ / ความเสี่ยง — ความยาวไม่เกิน 1 หน้า
54แก้ความขัดแย้งสถานการณ์: [อธิบาย] ช่วยวิเคราะห์ว่าแต่ละฝ่ายน่าจะกังวลอะไร แล้วเสนอ 3 ทางออกที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ พร้อมข้อดีข้อเสีย
55ทำ checklistสร้าง checklist สำหรับ [งาน] ที่ครอบคลุมทั้งก่อนเริ่ม ระหว่างทำ และหลังเสร็จ แต่ละข้อต้องตรวจสอบได้ว่าทำแล้วหรือยัง ไม่ใช่ข้อความกำกวม
56เขียนข้อความลาออกช่วยร่างจดหมายลาออกจาก [ตำแหน่ง] ที่สุภาพ กระชับ ไม่เกิน 120 คำ ระบุวันสุดท้าย ขอบคุณอย่างจริงใจ ไม่ต้องอธิบายเหตุผลละเอียด
57สรุปอีเมลค้างนี่คืออีเมลที่ค้างอยู่ [วาง] ช่วยจัดกลุ่มตามความเร่งด่วน สรุปว่าแต่ละฉบับต้องการอะไรจากผม และร่างคำตอบสั้น ๆ ให้ฉบับที่ตอบง่าย
58เตรียมสัมภาษณ์งานผมจะสัมภาษณ์ตำแหน่ง [ตำแหน่ง] ที่ [ประเภทบริษัท] ช่วยเดาคำถาม 15 ข้อที่น่าจะเจอ พร้อมโครงคำตอบแบบ STAR แล้วถามผมกลับ 5 ข้อเพื่อดึงประสบการณ์จริงมาใส่

หมวดการเรียนและการสอน (59-72)

59. ติวเรื่องที่ไม่เข้าใจ

คุณคือติวเตอร์ที่เก่งเรื่องอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
โดยใช้การเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันของคนไทย

ผมเป็น [ระดับชั้น/พื้นฐาน] ยังไม่เข้าใจเรื่อง [หัวข้อ]

ทำให้:
1. อธิบายแบบที่คนไม่มีพื้นฐานก็เข้าใจ
2. ยกตัวอย่างจากสถานการณ์จริงในไทย 3 ตัวอย่าง
3. ชี้จุดที่คนมักเข้าใจผิด
4. ตั้งคำถาม 5 ข้อให้ผมลองตอบ แล้วรอผมตอบก่อน อย่าเพิ่งเฉลย

ถ้าจำเป็นต้องใช้ศัพท์เทคนิค ให้ใส่คำแปลในวงเล็บทุกครั้งที่ใช้ครั้งแรก

60. เทคนิค Feynman — ให้ AI จับผิดความเข้าใจเรา

ผมจะอธิบายเรื่อง [หัวข้อ] ด้วยความเข้าใจของผมเอง
หน้าที่คุณคือฟังแล้วชี้ว่า:
1. ตรงไหนที่ผมเข้าใจถูกแล้ว
2. ตรงไหนที่ผมเข้าใจผิด (อธิบายว่าที่ถูกคืออะไร)
3. ตรงไหนที่ผมอธิบายข้ามไป
4. คำถามที่ถ้าตอบได้แปลว่าเข้าใจจริง

อย่าใจดี ถ้าผมเข้าใจผิดให้บอกตรง ๆ

คำอธิบายของผม:
<<<
[อธิบายด้วยคำตัวเอง]
>>>

61-72: คำสั่งการเรียนแบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
61สรุปหนังสือสรุป [ชื่อหนังสือ/บทความที่แนบ] เป็นแผนที่ความคิด บอกแนวคิดหลัก แนวคิดย่อยที่แตกออกมา และวิธีเอาไปใช้จริง 5 ข้อ
62ทำ flashcardสร้าง flashcard 30 ใบจากเนื้อหานี้ ทำเป็นตาราง: หน้า (คำถาม) / หลัง (คำตอบ) คำถามต้องบังคับให้นึกออกเอง ไม่ใช่แค่จำคำ
63ติวสอบผมจะสอบ [วิชา] เรื่อง [หัวข้อ] ในอีก [กี่วัน] ช่วยทำแผนติวรายวัน บอกว่าวันไหนทบทวนอะไร และวันไหนควรทำข้อสอบเก่า
64ออกข้อสอบออกข้อสอบเรื่อง [หัวข้อ] 15 ข้อ แบ่งเป็นระดับจำ 5 ข้อ เข้าใจ 5 ข้อ ประยุกต์ใช้ 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกอื่นผิด
65อธิบายหลายระดับอธิบาย [แนวคิด] 4 ระดับ: แบบเด็ก 10 ขวบ / แบบนักเรียนมัธยม / แบบนักศึกษาในสาขา / แบบคนทำงานในวงการ
66หาช่องโหว่ความรู้ผมคิดว่าผมเข้าใจ [หัวข้อ] แล้ว ช่วยถามคำถาม 10 ข้อที่จะเผยว่าผมยังไม่เข้าใจตรงไหน ถามทีละข้อ รอผมตอบก่อนถามข้อต่อไป
67เขียนรายงานส่งอาจารย์ช่วยทำโครงรายงานเรื่อง [หัวข้อ] ความยาว [จำนวน] หน้า ระบุหัวข้อ ประเด็นที่ต้องครอบคลุม และแหล่งข้อมูลประเภทไหนที่ควรหา — ห้ามแต่งชื่อหนังสือหรืองานวิจัยขึ้นมาเอง
68แก้โจทย์คณิตช่วยแก้โจทย์นี้ [โจทย์] แสดงทุกขั้นตอน อธิบายว่าแต่ละขั้นทำไมถึงทำแบบนั้น แล้วบอกว่าโจทย์แบบนี้มีกับดักตรงไหน
69ฝึกภาษาผมอยากฝึก [ภาษา] ระดับ [ระดับ] ช่วยสนทนากับผมเรื่อง [หัวข้อ] ตอบเป็นภาษานั้น แล้วท้ายทุกข้อความให้แก้ไวยากรณ์ที่ผมผิด พร้อมอธิบายสั้น ๆ
70ทำ mind mapเปลี่ยนเนื้อหานี้เป็นโครงสร้าง mind map แบบข้อความ ใช้การเยื้องบอกลำดับชั้น ไม่เกิน 4 ระดับ
71เปรียบเทียบแนวคิดเปรียบเทียบ [แนวคิด A] กับ [แนวคิด B] เป็นตาราง: นิยาม / เป้าหมาย / วิธีการ / ข้อดี / ข้อจำกัด / ใช้เมื่อไหร่ แล้วสรุปว่าคนมักสับสนตรงไหน
72อ่านงานวิจัยสรุปงานวิจัยที่แนบมาให้: คำถามวิจัยคืออะไร / วิธีการศึกษา / ผลที่พบ / ข้อจำกัดที่ผู้วิจัยระบุเอง / สิ่งที่สรุปไม่ได้จากงานนี้ — เน้นข้อสุดท้ายเป็นพิเศษ

หมวดงานโค้ดและเทคนิค (73-86)

73. รีวิวโค้ดแบบซีเนียร์

คุณคือ Senior Engineer ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความอ่านง่ายเป็นอันดับแรก

รีวิวโค้ดด้านล่าง แบ่งข้อค้นพบเป็น 3 ระดับ:
- ต้องแก้ (บั๊กจริง ช่องโหว่ security ข้อมูลรั่ว)
- ควรแก้ (โครงสร้างไม่ดี ทำให้แก้ยากในอนาคต)
- น่าพิจารณา (สไตล์ ความชัดเจนของชื่อ)

แต่ละข้อต้องระบุ: บรรทัดไหน / ปัญหาคืออะไร / จะพังตอนไหน / แก้ยังไง
ถ้าไม่เจอปัญหาในระดับไหน ให้บอกว่าไม่เจอ อย่าหาเรื่องมาเติม

โค้ด:
<<<
[วางโค้ด]
>>>

74. หาสาเหตุบั๊ก

ผมเจอปัญหานี้: [อาการที่เกิด]
สิ่งที่คาดว่าจะเกิด: [ควรเป็นยังไง]
สิ่งที่ลองแล้ว: [ลิสต์]
สภาพแวดล้อม: [ภาษา/Framework/เวอร์ชัน]
ข้อความ error: [วาง]

ทำตามลำดับ:
1. ตั้งสมมติฐานสาเหตุที่เป็นไปได้ 5 ข้อ เรียงจากน่าจะเป็นที่สุด
2. บอกวิธีทดสอบแต่ละสมมติฐาน (คำสั่งหรือโค้ดที่ต้องรัน)
3. อย่าเพิ่งเสนอวิธีแก้ จนกว่าผมจะบอกผลการทดสอบ

ถ้าข้อมูลที่ผมให้ไม่พอ ให้ถามก่อน

75-86: คำสั่งงานโค้ดแบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
75อธิบายโค้ดที่ไม่เข้าใจอธิบายโค้ดนี้ทีละส่วน บอกว่าแต่ละส่วนทำอะไร ทำไมถึงเขียนแบบนี้ และมีตรงไหนที่อาจมีปัญหา — อธิบายแบบที่คนเพิ่งเริ่มเขียนภาษานี้เข้าใจได้
76เขียนเทสต์เขียน unit test สำหรับโค้ดนี้ ครอบคลุมกรณีปกติ กรณีขอบ และกรณีที่ควร error — บอกด้วยว่ากรณีไหนที่เทสต์ไม่ครอบคลุมและทำไม
77RefactorRefactor โค้ดนี้ให้อ่านง่ายขึ้นโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรม แสดงผลลัพธ์พร้อมอธิบายว่าแก้อะไรและทำไม ถ้ามีจุดที่เสี่ยงจะเปลี่ยนพฤติกรรม ให้เตือน
78เขียน regexเขียน regex ที่จับ [รูปแบบ] อธิบายทีละส่วนว่าแต่ละอักขระทำอะไร แล้วยกตัวอย่างข้อความที่จับได้ 5 อัน และที่จับไม่ได้ 5 อัน
79ออกแบบฐานข้อมูลออกแบบตารางฐานข้อมูลสำหรับ [ระบบ] ระบุตาราง คอลัมน์ ชนิดข้อมูล ความสัมพันธ์ และ index ที่ควรมี พร้อมอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจสำคัญ
80เขียน SQLเขียน query ที่ [สิ่งที่ต้องการ] จากตารางนี้ [โครงสร้าง] อธิบายว่า query ทำงานยังไง และบอกว่าถ้าข้อมูลเยอะจะช้าตรงไหน
81แปลงภาษาแปลงโค้ดนี้จาก [ภาษา A] เป็น [ภาษา B] ใช้สำนวนที่เป็นธรรมชาติของภาษาปลายทาง ไม่ใช่แปลตรงตัว แล้วระบุจุดที่พฤติกรรมอาจต่างกัน
82เขียนเอกสารเขียนเอกสารประกอบสำหรับโค้ดนี้ ครอบคลุม: ใช้ทำอะไร / พารามิเตอร์ / ค่าที่คืน / ข้อผิดพลาดที่อาจเกิด / ตัวอย่างการใช้งาน 2 แบบ
83ทำให้เร็วขึ้นวิเคราะห์ว่าโค้ดนี้ช้าตรงไหน เรียงตามผลกระทบ เสนอวิธีแก้พร้อมบอกว่าแต่ละวิธีแลกกับอะไร — อย่าเสนอ optimize ที่ไม่คุ้มกับความซับซ้อนที่เพิ่ม
84ตรวจ securityตรวจโค้ดนี้หาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ดูเรื่อง input validation, การจัดการ secret, สิทธิ์การเข้าถึง, การ escape ข้อมูล — ระบุความรุนแรงและวิธีแก้ของแต่ละข้อ
85ตั้งชื่อตัวแปรเสนอชื่อที่ดีกว่าสำหรับตัวแปรและฟังก์ชันในโค้ดนี้ ทำเป็นตาราง: ชื่อเดิม / ชื่อใหม่ / เหตุผล — ชื่อต้องบอกได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรโดยไม่ต้องอ่านโค้ด
86เขียน commit messageเขียน commit message จาก diff นี้ บรรทัดแรกไม่เกิน 72 ตัวอักษร บอกว่าทำอะไร ย่อหน้าถัดไปบอกว่าทำไม ไม่ใช่บอกว่าแก้ยังไง

หมวดคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ (87-100)

87. ตัดสินใจเรื่องสำคัญ

ผมต้องตัดสินใจเรื่อง [เรื่อง]
ตัวเลือกที่มี: [ลิสต์]
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญ: [เรียงลำดับ]
ข้อจำกัด: [เงิน เวลา คน]

ทำตามลำดับ:
1. ถามคำถามที่จำเป็น 5 ข้อก่อน อย่าเพิ่งวิเคราะห์
2. หลังผมตอบแล้ว ทำตารางเปรียบเทียบตามเกณฑ์ที่ผมให้ความสำคัญ
3. ระบุความเสี่ยงของแต่ละทาง และสิ่งที่จะเสียไปถ้าเลือกทางนั้น
4. บอกว่าถ้าเป็นคุณจะเลือกอะไร พร้อมเหตุผล
5. ระบุว่าข้อมูลอะไรที่ถ้ารู้เพิ่มจะเปลี่ยนคำตอบได้

88. หาจุดอ่อนของแผนตัวเอง

นี่คือแผนของผม: [อธิบายแผน]

สวมบทบาทเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ และหน้าที่คือหาเหตุผลว่าทำไมมันจะล้มเหลว
ระบุ:
1. สมมติฐานที่ผมตั้งไว้โดยไม่รู้ตัว และถ้าผิดจะเกิดอะไร
2. จุดที่แผนจะพังก่อนถ้าเจอปัญหา
3. สิ่งที่ผมมองข้ามเพราะอยู่ใกล้เกินไป
4. คำถามที่ผมยังตอบไม่ได้

ตรงไปตรงมาที่สุด ไม่ต้องปลอบใจ
สุดท้ายค่อยบอกว่าแผนนี้มีอะไรที่ดีอยู่แล้ว

89-100: คำสั่งคิดวิเคราะห์แบบสั้น

#ใช้ตอนไหนคำสั่ง
89คิดไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหนผมอยาก [เป้าหมาย] แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ช่วยแตกเป็นขั้นตอนที่เล็กที่สุดที่ทำได้ใน 30 นาที เรียงลำดับ แล้วบอกว่าขั้นแรกที่ควรทำวันนี้คืออะไร
90ปัญหาซ้ำ ๆปัญหานี้เกิดซ้ำ ๆ [อธิบาย] ช่วยถาม "ทำไม" 5 ครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ถามทีละครั้ง รอผมตอบก่อน
91ประเมินความเสี่ยงผมกำลังจะ [การกระทำ] ช่วยระบุความเสี่ยง 10 ข้อ ทำเป็นตาราง: ความเสี่ยง / โอกาสเกิด / ผลกระทบ / สัญญาณเตือนล่วงหน้า / วิธีลดความเสี่ยง
92มองมุมอื่นเรื่องนี้ [สถานการณ์] ช่วยวิเคราะห์จาก 5 มุมมองที่ต่างกัน: ลูกค้า / พนักงาน / คู่แข่ง / นักลงทุน / คนภายนอกที่ไม่รู้เรื่องเลย
93เช็กตรรกะตรวจข้อโต้แย้งนี้ [วาง] ว่ามีช่องโหว่ทางตรรกะตรงไหน ระบุชื่อของตรรกะวิบัติที่พบ พร้อมอธิบายว่าทำไมถึงเป็นปัญหา
94ตั้งเป้าหมายช่วยเปลี่ยนเป้าหมายกว้าง ๆ ของผม [เป้าหมาย] ให้เป็นเป้าหมายที่วัดได้ ระบุตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย กำหนดเวลา และวิธีตรวจสอบความคืบหน้ารายสัปดาห์
95วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลนี้ [แนบ] บอกว่า: เห็นแนวโน้มอะไร / ตัวเลขไหนผิดปกติ / สรุปอะไรได้แน่ ๆ / สรุปอะไรไม่ได้เพราะข้อมูลไม่พอ — เน้นข้อสุดท้ายให้ชัด
96เตรียมรับคำถามยากผมจะนำเสนอ [เรื่อง] ต่อ [ใคร] ช่วยเดาคำถามยากที่สุด 10 ข้อที่อาจโดนถาม เรียงจากยากที่สุด พร้อมแนวทางตอบที่ซื่อสัตย์
97เปรียบเทียบทางเลือกเปรียบเทียบ [ตัวเลือก A/B/C] สำหรับ [สถานการณ์ของผม] ทำตารางตามเกณฑ์ที่สำคัญจริงกับกรณีของผม ไม่ใช่เกณฑ์ทั่วไป แล้วบอกว่าแต่ละตัวเลือกเหมาะกับคนแบบไหน
98ถอดบทเรียนโปรเจกต์ [ชื่อ] เพิ่งจบ ผลลัพธ์คือ [อธิบาย] ช่วยถามคำถามที่จะช่วยผมถอดบทเรียน 8 ข้อ ครอบคลุมทั้งสิ่งที่ได้ผลและไม่ได้ผล ถามทีละข้อ
99หาไอเดียใหม่ผมต้องการไอเดียแก้ปัญหา [ปัญหา] เสนอมา 15 ไอเดีย โดย 5 อันแรกเป็นแนวปกติ 5 อันถัดมาเป็นแนวที่คนไม่ค่อยทำ และ 5 อันสุดท้ายเป็นแนวสุดโต่งที่อาจใช้ไม่ได้แต่จุดประกายได้
100สรุปสิ่งที่เรียนรู้ผมเพิ่งเรียนรู้เรื่อง [หัวข้อ] ช่วยถามคำถาม 7 ข้อที่จะทำให้ผมได้ทบทวนและเชื่อมโยงกับสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ถามทีละข้อ รอผมตอบก่อนถามต่อ

ใช้คำสั่งพวกนี้ให้ได้ผลดีขึ้นอีก 3 เท่า

คำสั่งในหน้านี้เป็นโครงตั้งต้น ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไปอีก ให้ทำ 4 อย่างนี้

1. เติมบริบทของตัวเองเสมอ

คำสั่งเปล่า ๆ ให้ผลลัพธ์กลาง ๆ เติมข้อมูลจริงของคุณเข้าไป แล้วผลจะต่างทันที ยิ่งเฉพาะเจาะจงยิ่งดี

2. เพิ่มข้อห้ามท้ายคำสั่ง

ต่อท้ายคำสั่งไหนก็ได้ด้วยประโยคนี้

"ถ้าไม่แน่ใจข้อมูล ให้บอกตรง ๆ ห้ามแต่งตัวเลข ชื่อคน หรือแหล่งอ้างอิงขึ้นมาเอง"

3. สั่งให้ตรวจงานตัวเองอีกรอบ

หลังได้คำตอบแล้ว พิมพ์ต่อว่า

"สวมบทบาทเป็นคนตรวจงานที่เข้มงวด วิจารณ์งานที่คุณเพิ่งทำ ระบุจุดอ่อน 3 ข้อ แล้วเขียนใหม่ให้ดีขึ้น"

4. งานไหนทำซ้ำ ให้ทำเป็นไฟล์

ถ้าคุณใช้คำสั่งไหนเกิน 3 ครั้ง อย่าคัดลอกไปวางทุกครั้ง ให้ทำเป็นไฟล์ Skill.md แล้วตั้งเป็นคำสั่งประจำตัวไปเลย อ่านวิธีทำได้ที่ Skill.md คืออะไร


อ่านต่อ

คัดมาแล้ว ผ่านการใช้งานจริง วางแล้วใช้ได้เลย

ดูคำสั่งทั้งหมด
100 คำสั่ง AI พร้อมใช้ คัดลอกไปวางได้ทันที — งานเขียน งานขาย งานเรียน งานโค้ด | MaPrompt AI